Home » Archives by category » บทความ » บทความ วิทยาศาสตร์
80 วิธีหยุดโลกร้อน ไม่ว่าใครก็สามารถช่วยลดความร้อนให้กับโลกได้ตั้ง 80 ช่องทาง
80 วิธีหยุดโลกร้อน รายงานฉบับล่าสุดของคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ ไอพีซีซี (Intergovernment Panel on Climate Change : IPCC) ซึ่งเป็นรายงานที่รวบรวมงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ 2,500 คน จากกว่า 30 ประเทศ และใช้เวลาในการวิจัยถึง 6 ปี ระบุไว้ว่า มีความเป็นไปได้อย่างน้อย 90% ที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ และมนุษย์ถือได้ว่าเป็นตัวการสำคัญของปัญหาโลกร้อนในครั้งนี้ 80 วิธีหยุดโลกร้อนไม่ว่าใครก็สามารถช่วยลดความร้อนให้กับโลกได้ตั้ง 80 ช่องทาง ประชาชนทั่วไป 1.ลดการใช้พลังงานในบ้านด้วยการปิดทีวี คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อไม่ได้ใช้งาน จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้นับ 1 พันปอนด์ต่อปี 2.ลดการสูญเสียพลังงานในโหมดสแตนด์บาย เครื่องเสียงระบบไฮไฟ โทรทัศน์ เครื่องบันทึกวิดีโอ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและอุปกรณ์พ่วงต่างๆ ที่ติดมาด้วยการดึงปลั๊กออก หรือใช้ปลั๊กเสียบพ่วงที่ตัดไฟด้วยตัวเอง 3.เปลี่ยนหลอดไฟ เป็นหลอดไฟประหยัดพลังงานแบบขดที่เรียกว่า Compact Fluorescent Lightbulb (CFL) เพราะจะกินไฟเพียง 1 ใน [...]
ภาวะโลกร้อน ตอนที่ 3 หยุดภาวะโลกร้อนด้วยมือของเรา
จากตอนที่ 1 และ 2ได้อธิบายถึงสาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อน และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อโลกและต่อตัวเราเอง แม้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอาจยังไม่ได้รุนแรงมากนักแต่เชื่อว่าทุกคนคงรับรู้ได้ถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้น หน่วยงานและองค์กรต่างๆทั่วโลกก็ได้ร่วมกันรณรงค์ในการลดภาวะโลกร้อน โดยการกระตุ้นปลุกจิตสำนึกร่วมกันให้ตื่นตัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมทั้งร่วมมือกันลดสาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อน หลายประเทศได้ร่วมลงนามในพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ซึ่งเป็นข้อผูกพันทางกฎหมายที่ดำเนินการเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายในการรับมือกับสภาวะโลกร้อน โดยมีสาระสำคัญส่วนหนึ่งคือการร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พิธีสารเกียวโตดังกล่าวมีการเจรจาที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2540 มีประเทศต่างๆรวม 169 ประเทศร่วมให้สัตตยาบันแล้ว (ณ เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2549) ในส่วนของประเทศไทยก็ได้ให้สัตยาบันต่อพิธีสารเกียวโตแล้วเมื่อ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2545 แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าสหรัฐอเมริกายังปฏิเสธที่จะเข้าร่วมในพิธีสารเกียวโต โดยสหรัฐอเมริกาอ้างว่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในประเทศเนื่องจากพิธีสารดังกล่าวเอื้อประโยชน์แก่จีนและอินเดีย อย่างไรก็ตามพิธีสารเกียวโตนี้จะหมดอายุลงในปีพ.ศ.2555 ซึ่งก็มีหลายประเทศต้องการให้มีการขยายเวลาพิธีสารเกียวโตออกไปอีก ซึ่งเรื่องนี้ก็คงต้องติดตามความคืบหน้าต่อไป กลับมาในส่วนของบ้านเราบ้าง เชื่อได้ว่าถึงวันนี้แล้วคงไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำว่า “โลกร้อน” ทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน รวมถึงสื่อต่างๆได้ร่วมกันรณรงค์กันอย่างเต็มที่ให้ประชาชนรับทราบถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อนรวมทั้งการยับยั้งหรือชลอการเกิดภาวะโลกร้อนอีกด้วย มีโครงการต่างๆเกิดขึ้นมากมาย อาทิเช่น การรณรงค์ปิดไฟฟ้าเป็นเวลา 15 นาทีในกรุงเทพมหานครในวันที่ 9 พฤษภาคม 2550 ซึ่งนอกจากประชาชนจะประหยัดค่าไฟแล้วยังสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 50 ตันหรือปีละกว่า 18,000 ตันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีโครงการการรณรงค์การปั่นจักรยาน [...]
ภาวะโลกร้อน ตอนที่ 2 ปรากฎการณ์เรือนกระจกและผลกระทบ
จากตอนที่ 1 ที่ได้อธิบายถึงสาเหตุของการเกิด “ภาวะโลกร้อน” และผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งก็คงพอที่จะทำให้ผู้อ่านทุกท่านพอที่จะตระหนักได้ว่าภาวะโลกร้อนนั้นเป็นผลที่เกิดมาจากมนุษย์เราทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม มนุษย์เป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายในขณะเดียวกัน มนุษย์สร้างความเจริญทางด้านวัตถุต่างๆแต่ก็เป็นผู้ทำลายโลกที่มนุษย์อาศัยอยู่โดยจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ถึงแม้ว่าธรรมชาติมีวิธีการที่จะรักษาตัวเองได้ แต่จากการทำลายอย่างรวดเร็วของมนุษย์ธรรมชาติก็มิอาจรักษาตัวเองได้ทัน อย่างไรก็ดีตอนนี้ก็คงถึงเวลาที่ทุกคนต้องร่วมมือกันช่วยกันรักษาธรรมชาติเพื่อให้มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างพึ่งพาอาศัยกัน เหตุของการเกิดภาวะโลกร้อนนั้นผู้อ่านหลายท่านคงทราบดีแล้วว่าเกิดมาจาก.”ปรากฏการณ์เรือนกระจก” (greenhouse effect) ผู้เขียนจำได้ว่าได้ยินคำว่าปรากฏการณ์เรือนกระจกนี้มากว่าสิบปีแล้ว เรื่องนี้เคยเป็นประเด็นร้อนอยู่ช่วงหนึ่งพักหลังเรื่องก็เงียบไป ตอนนี้ก็กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งหนึ่งหลังจากมีผู้รณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อน จนผู้รณรงค์กลุ่มหนึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไปในปีนี้ (ค.ศ.2007) (ถึงแม้ว่าประเทศของผู้ได้รับรางวัลโนเบลนี้เป็นประเทศที่ผลิตก๊าซเรือนกระจกมากในอันดับต้นๆของโลก และเป็นประเทศที่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการลดการผลิตก๊าซเรือนกระจก) ในตอนที่ 2 นี้ เราจะมาทำความรู้จักกับปรากฏการณ์เรือนกระจกนี้กันว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อเกิดขึ้นแล้วมีผลดีหรือผลเสียอย่างไร เรือนกระจก และ ปรากฏการณ์เรือนกระจก เรือนกระจก (greenhouse) นั้นเป็นเรือนที่สร้างมาจากกระจกดังรูปด้านล่าง ซึ่งมีประโยชน์สำหรับการใช้ปลูกพืชสำหรับประเทศในเขตหนาว เนื่องจากแสงจากดวงอาทิตย์ที่ส่องผ่านมากระทบกับกระจกส่วนหนึ่งจะสะท้อนออกไปแต่แสงส่วนใหญ่จะสามารถทะลุผ่านเข้าไปภายในเรือนกระจกได้ซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนขึ้นที่พื้นดินภายในเรือนกระจก รังสีความร้อนที่เกิดขึ้นนี้ (ซึ่งก็คือรังสีอินฟราเรด) ส่วนหนึ่งก็จะทะลุผ่านกระจกออกไปแต่รังสีความร้อนส่วนใหญ่จะสะท้อนไปมาอยู่ภายในเรือนกระจกทำให้อุณหภูมิภายในเรือนกระจกมีความอบอุ่นมากขึ้นเหมาะสำหรับการเพาะปลูกพืชบางชนิด ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับโลกและปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเรือนกระจกก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน บรรยากาศของโลกที่ปกคลุมด้วยก๊าซต่างๆมากมาย ซึ่งในจำนวนนั้นก็จะมีก๊าซที่เรียกว่า “ก๊าซเรือนกระจก” (greenhouse gases) ที่ทำหน้าที่แบบเดียวกันกับกระจกของเรือนกระจก กล่าวคือแสงจากดวงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลกส่วนใหญ่จะผ่านก๊าซเรือนกระจกนี้มายังพื้นโลก ซึ่งจะทำให้พื้นผิวโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น และรังสีความร้อนที่เกิดขึ้นก็จะสะท้อนออกไปสู่อวกาศ แต่เมื่อไปกระทบกับก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศรังสีความร้อนนี้ส่วนหนึ่งก็จะสะท้อนกลับมายังพื้นโลกอีกครั้ง ทำให้โลกมีความอบอุ่นมากขึ้น เราเลยเรียกปรากฏการณ์แบบนี้ที่เกิดขึ้นกับโลกว่าปรากฏการณ์เรือนกระจกนั่นเอง ในความเป็นจริงแล้วการที่มีก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่เหมาะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศนั้นเป็นกลไกหนึ่งที่ทำให้โลกเรารักษาพลังงานความร้อนไว้ได้ ทำให้โลกมีอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับสิ่งมีชีวิตต่างๆสามารถอาศัยอยู่ได้ โดยถ้าหากขาดซึ่งก๊าซเรือนกระจกแล้วอุณหภูมิของโลกจะมีความแปรปรวนในแต่ละวัน อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกอาจจะลดเหลือเพียง -20 [...]
ภาวะโลกร้อน ตอนที่ 1 ระเบิดเวลาทำลายโลก
ในระยะวลา 2-3 ปีมานี้ชาวไทยและชาวโลกได้ประสบกับภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้น โดยในประเทศไทยเองก็เกิดการแปรปรวนของฤดูกาลต่างๆ ในฤดูร้อนอากาศก็ร้อนจัด ในฤดูฝนฝนก็ตกไม่หยุดเป็นเวลาหลายวันจนเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและภาคกลาง ในขณะที่บางพื้นที่ฝนก็ไม่ตกจนเกิดสภาวะแห้งแล้ง ในฤดูหนาวเองก็ไม่หนาวมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แม้แต่การระบาดของโรคไข้เลือดออกในไทยที่เดิมเคยระบาดสองปีครั้ง แต่ปัจจุบันมีการระบาดเกิดขึ้นทุกปี ในส่วนอื่นๆ ของโลกก็ได้ประสบกับภัยธรรมชาติที่รุนแรงไม่แพ้กัน เช่นการเกิดอุทกภัยในมาเลเชีย อินเดียและอีกหลายประเทศ การเกิดแผ่นดินไหวที่บ่อยครั้งและมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การเกิดพายุเฮอริเคนที่รุนแรงและบ่อยครั้งขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก การเกิดอากาศร้อนในหลายพื้นที่ในยุโรปและสหรัฐอเมริกาจนมีผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก การเกิดหิมะตกเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 90 ปี ที่กรุงบูโนส ไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นกับโลกของเรานี้ทุกคนล้วนลงความเห็นตรงกันว่ามีสาเหตุมาจาก “ภาวะโลกร้อน” (Global warming) ภาวะโลกร้อนคือสภาวะที่อุณหภูมิเฉลี่ยบนพื้นโลกสูงขึ้นโดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ซึ่งเป็นตัวการกักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ผ่านชั้นบรรยากาศมายังโลกไว้ไม่ให้สะท้อนกลับออกไปสู่บรรยากาศ หรือที่เราเรียกว่า ?ปรากฏการณ์เรือนกระจก? (greenhouse effect) การเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั้นส่วนใหญ่มาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงประเภทฟอสซิลต่างๆ เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือถ่านหินเป็นต้น ซึ่งมนุษย์นำมาใช้ในกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันเช่นในการขนส่งเดินทาง การผลิตกระแสไฟฟ้า และอื่นๆ ดังนั้นเมื่อมนุษย์เรายิ่งใช้พลังงานมากขึ้นเท่าไหร่ปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว จึงอาจกล่าวได้ว่าหายนะที่เกิดขึ้นก็เกิดจากน้ำมือของมนุษย์นั่นเอง พฤติกรรมต่างๆของมนุษย์ในปัจจุบันล้วนแต่เร่งให้ภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้นทั้งสิ้น ไม่ว่าการใช้รถส่วนตัวไปทำงาน การใช้พลังงานไฟฟ้าเกินความจำเป็น การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือย การเติบโตอย่างรวดเร็วของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆที่ต่างต้องใช้พลังงานสูงและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเป็นจำนวนมาก แม้แต่ต้นไม้ในป่าที่เคยทำหน้าที่ดูดกลืนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อปรับความสมดุลทางธรรมชาติก็ถูกมนุษย์ทำลายอย่างรวดเร็วทั้งจากชาวบ้านที่เข้าถางป่าเพื่อใช้เป็นพื้นที่ทำมาหากิน และจากนายทุนที่ตัดไม้อย่างผิดกฎหมาย ถึงแม้ว่าธรรมชาติจะมีวิธีการรักษาตัวเองได้จากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น หากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเองทางธรรมชาติก็คงใช้เวลาปรับเข้าสู่สภาวะสมดุลได้ไม่นานนัก แต่จากพฤติกรรมของมนุษย์ข้างต้นเป็นการเร่งผลิตแก๊สเรือนกระจกออกมามากเกินขีดความสามารถของโลกที่จะเยียวยาตนเองได้ทัน [...]










